20 Augมาสอนลูกแปรงฟันกันเถอะ

เด็กออทิสติกควรได้รับการฝึกอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการปรับพฤติกรรมและการส่งเสริมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ ฝึกสอนอย่างจริงจังทุกวัน จะช่วยทำให้เด็กมีพัฒนาการใกล้เคียงเด็กปกติได้ การฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันง่าย ๆ เป็นสิ่งสำคัญ การแปรงฟันคือเป็นสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ควรฝึกให้กับลูกเป็นอย่างแรก ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของปากและฟันในอนาคตโดยมีแนวทางการฝึกดังนี้
1. ให้เด็กยืนหน้ากระจกและพ่อและ/หรือแม่ยืนข้าง ๆ เด็ก
2. จัดเตรียมแปรงสีฟันให้เด็กบีบยาสีฟันลงบนขนแปรงเล็กน้อย
3. พ่อและ/หรือแม่แปรงฟัน ให้เด็กดูแล้วพูดว่า  “แปรงฟัน”
4. หากเด็กแปรงฟัน  โดยเลียนแบบพ่อและ/หรือแม่ไม่ได้ ให้จับมือเด็กแปรงฟัน  โดยหันหน้าเข้าหากระจกให้เด็กมองเห็นตนเองกำลังแปรงฟันได้ โดยพ่อและ/หรือแม่จะยืนข้างหลังเด็ก พร้อมกับพูดว่า “(ชื่อเด็ก)  แปรงฟัน”
5. ทุกครั้งที่แปรงฟัน  หากเด็กทำไม่ได้  ให้จับมือเด็กแปรงฟัน  แล้วค่อย ๆ ลดการช่วยจับมือลง จนเด็กสามารถแปรงฟันได้เอง

เคล็ดลับในการสร้างพฤติกรรมใหม่
1. เราแบ่งงานที่ต้องการฝึกออกเป็นขั้นตอน จากง่ายไปหายาก เช่น การสอนและแนะนำให้เด็กรู้จักแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แล้วให้เด็กทดลองบีบยาสีฟันลงแปรง ช่วงแรกเราอาจจับมือเด็กแปรงฟันจากฟันล่าง ฟันบน ด้านใน ด้านนอก และบ้วนปาก ทุกขั้นตอนในการทำต้องพูดกำกับไปด้วย
2. เราทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่างก่อน และบอกเป็นขั้นตอน และไปพร้อมๆกัน
3. ต้องมีความตั้งใจ ฝึกฝนอย่างจริงจัง และต้องมีความสม่ำเสมอ
4. เมื่อเกสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆได้ครบ การให้รางวัล กล่าวชื่นชม โอบกอด เป็นรางวัลอย่างหนึ่งในการส่งเสริมให้เด็กปฏิบัติได้ถูกต้อง ต่อเนื่อง

หลักการให้รางวัล
1. ให้ทันทีที่เด็กทำพฤติกรรมที่เหมาะสม ไม่ช้าเกินไป
2. ให้ทุกครั้งเมื่อเด็กทำพฤติกรรมนั้น มักให้ในช่วงแรกๆจนเมื่อพฤติกรรมเกิดสม่ำเสมอแล้วค่อยปรับเปลี่ยนไป
3. ปรับเปลี่ยนของรางวัลสลับกันไป เปลี่ยนจากสิ่งของมาเป็นคำชมเชย
4. ของรางวัล ต้องเป็นของที่เด็กชอบ และไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพง อาหารหรือขนมจะใช้ได้ดีในระยะแรกๆของการฝึกเท่านั้น ให้ผลระยะสั้น เด็กเบื่อหน่ายเร็ว

5. เมื่อสังเกตว่า การแปรงฟันเริ่มดีขึ้น ก็ลดการให้ความช่วยเหลือลงมา จนเหลือแค่การพูดบอก
6. สำหรับการบ้วนน้ำหลังแปรงฟัน มีหลักการฝึกดังนี้
- ผู้สอน บ้วนปากให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง (เลียนแบบ)
- ผู้สอนช่วยจับให้เด็กอมน้ำบ้วนปาก (ช่วยจับทำ)
- ผู้สอนโน้มตัวเด็กลง แล้วบีบกระพุ้งแก้ม ช่วยให้เด็กบ้วนปาก
- เด็กบ้วนปากได้เองตามคำสั่ง

7. บรรยากาศในการฝึกต้องดี ไม่เคร่งเครียด หรือหงุดหงิด ถ้าไม่เช่นนั้น เด็กจะไม่ปฏิบัติร่วมกับเราและอาจเกิดการถดถอยได้
8. แสดงความรักกับเด็กอย่างตรงไปตรงมา การแสดงความรักมากหรือน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานของเด็กจะทำได้มากหรือน้อย แต่เราจะแสดงความเชื่อมั่นต่อเด็กว่าเขาจะทำได้แน่นอน
การแปรงฟันที่เหมาะสมในเด็ก

การวางแปรงสีฟันและวิธีการแปรงฟัน
1. วางขนแปรงทั้งหมดบริเวณผิวฟัน โดยขนแปรงตั้งฉากกับแกนฟัน ขนแปรงแถวริมจะครอบคลุมขอบเหงือกเพียงเล็กน้อย
2. ขยับขนแปรงไป-มาในแนวนอนเพียงทิศทางเดียว และช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร ขนแปรงบางส่วนสอดเข้าซอกฟัน และไม่ทำอันตรายต่อเหงือกและฟัน ขณะที่ขยับด้ามแปรงต้องออกแรงกด เพื่อที่ขนแปรงจะกำจัดคราบจุลินทรีย์ เศษอาหารที่อยู่ระหว่างซี่ฟันและในร่องเหงือก
3. การแปรงฟันบนด้านบดเขี้ยว ให้ถูแปรงไป-มา เป็นช่วงสั้น ๆ ระยะ0-0.5 เซนติเมตร

วิธีแปรงฟันแบบนี้เหมาะกับฟันน้ำนม เพราะสอนเด็กได้ง่ายและเด็กสามารถปฏิบัติตามได้ รวมทั้งเด็กจะแปรงฟันด้วยวิธีสกรับโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงเป็นวิธีกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้ดีกว่าหรือเทียบเท่าวิธีอื่น  ไม่ทำอันตรายต่อเหงือกและฟัน ผู้ดูแลควรเน้นให้แปรงช่วงสั้น ๆ และให้ถึงคอฟัน และต้องไม่ลืมแปรงด้านลิ้นของฟัน
วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ เพราะการวางขนแปรงสีฟันทำมุม 90 องศากับฟัน ขนแปรงจะไม่สามารถสอดเข้าซอกฟันและร่องเหงือก และวิธีนี้ทำให้เกิดเหงือกร่น และคอฟันสึกได้มากกว่าวิธีแปรงฟันอื่น ๆ

Credit by : http://www.yuwaprasart.com/

Comments are closed.